วิธีคำนวณเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ภาษีมูลค่าเพิ่ม

วิธีคำนวณเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ภาษีมูลค่าเพิ่ม

เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม ภาษีมูลค่าเพิ่ม

เบี้ยปรับ

เงินที่ต้องชดเชยความเสียหาย
ให้แก่ภาครัฐ

เงินเพิ่ม

เงินที่เร่งรัดให้ผู้เสียภาษีจ่ายภาษี
ให้ถูกต้องโดยเร็ว

โดยเบี้ยปรับจะถูกแบ่งเป็น 2 กรณีคือ เคยยื่นแบบเพิ่มเติมแล้วกับยังไม่ได้ยื่นแบบมาก่อน
และในกรณีที่ไม่เคยยื่นแบบมาก่อนจะโดนค่าปรับเพิ่มไปอีก
ส่วนเงินเพิ่มจะคิดในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของภาษีที่ต้องชำระทั้งสิ้น

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30)

กำหนดยื่นแบบฯ

กรณียื่นแบบฯเพิ่มเติมเกินกำหนด

ค่าปรับอาญา

ไม่มี

เงินเพิ่ม

อัตรา 1.5% ต่อเดือน ภาษี

( เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน เงินเพิ่มที่ต้องไม่เกินจำนวนภาษี )

เบี้ยปรับ

ชำระภายใน 15 วัน  2% ของภาษี
ชำระภายใน 30 วัน  5% ของภาษี
ชำระภายใน 60 วัน  10% ของภาษี
ชำระหลัง 60 วัน 20% ของภาษี

กรณีไม่ได้ยื่นแบบฯ

ค่าปรับอาญา

ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน
ปรับ 300 บาท

ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน
ปรับ 500 บาท

เงินเพิ่ม

อัตรา 1.5% ต่อเดือน ภาษี

( เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน เงินเพิ่มที่ต้องไม่เกินจำนวนภาษี )

เบี้ยปรับ

ชำระภายใน 15 วัน  2% ของภาษี x 2
ชำระภายใน 30 วัน  5% ของภาษี x 2
ชำระภายใน 60 วัน 10% ของภาษี x 2
ชำระหลัง 60 วัน 20% ของภาษี x 2

วิธีคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม

ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 81/2542

1. กรณีไม่ได้ยื่นแบบ ภ.พ.30

1.1   การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มมีภาษีต้องชำระ

ภาษีขาย (บาท)1,000  
ภาษีซื้อ750  
ภาษีที่ต้องชำระ250  
เงินเพิ่ม มาตรา 89/1  250 X 1.5% /เดือน
เบี้ยปรับ มาตรา 89(2)  250 X 2 เท่า

1.2  การคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มมีภาษีชำระเกิน

ภาษีขาย (บาท) 1,000
ภาษีซื้อ 1,750
ภาษีที่ต้องชำระ 0
ภาษีที่ชำระไว้เกิน (750)
เงินเพิ่ม มาตรา 89/1 ไม่มี
เบี้ยปรับ มาตรา 89(2) ไม่มี
2. กรณียื่นแบบ ภ.พ. 30 เมื่อพ้นกำหนดเวลา ซึ่งผู้มีหน้าที่เสียภาษีต้องรับผิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตาม 1. ไปแล้ว ต่อมาได้มีการยื่นแบบ ภ.พ. 30 เพิ่มเติม หรือเจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบพบความผิด

2.1   แบบ ภ.พ. 30 ฉบับปกติมีภาษีต้องชำระและการคำนวณที่ถูกต้องมีภาษีต้องชำระ

  แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง 
ภาษีขาย (บาท)1,0001,600600<— ขายขาด
ภาษีซื้อ 750400(350)<— ซื้อเกิน
ภาษีที่ต้องชำระ2501,200950<— คลาดเคลื่อน
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(70)(70)0 
ภาษีต้องชำระสุทธิ1801,130 950 
เงินเพิ่มมาตรา 89/1 950 X 1.5% ต่อเดือน
เบี้ยปรับมาตรา 89(2) 950 X 2 เท่า
 มาตรา 89(4) ภาษีขายขาด 600 X 1 เท่า
 มาตรา 89(4) ภาษีซื้อเกิน 350 X 1 เท่า

ให้เปรียบเทียบเบี้ยปรับและเรียกเก็บจำนวนที่ได้เงินมากกว่า คือ มาตรา 89(2) จำนวน 1,900 บาท

2.2  แบบ ภ.พ. 30 ฉบับปกติมีภาษีชำระไว้เกิน และการคำนวณที่ถูกต้องมีภาษีชำระไว้เกิน

  แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง  
ภาษีขาย (บาท)1,0001,600600<— ขายขาด 
ภาษีซื้อ 2,7502,400 (350)<— ซื้อเกิน 
ภาษีที่ชำระไว้เกิน(1,750)(800)950<— คลาดเคลื่อน 
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(70)(70)0  
ภาษีต้องชำระไว้เกินสุทธิ(1,820)(870)950  
เงินเพิ่มมาตรา 89/1ไม่มี 
เบี้ยปรับมาตรา 89(2)ไม่มี 
 มาตรา 89(4) ภาษีขายขาด600 X 1 เท่า 
 มาตรา 89(4) ภาษีซื้อเกิน350 X 1 เท่า 

ให้เปรียบเทียบเบี้ยปรับและเรียกเก็บจำนวนที่ได้เงินมากกว่า คือ มาตรา 89(4) จำนวน 950 (600 + 350) บาท

2.3  แบบ ภ.พ. 30 ฉบับปกติมีภาษีชำระไว้เกิน แต่การคำนวณที่ถูกต้องมีภาษีต้องชำระ

  แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง  
ภาษีขาย (บาท)1,0001,600600<— ขายขาด 
ภาษีซื้อ 2,7501,400(1,350)<— ซื้อเกิน 
ภาษีชำระไว้เกิน(1,750)2001,950<— คลาดเคลื่อน 
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(70)(70)0  
ภาษีชำระไว้เกินสุทธิ(1,820)1301,950  
เงินเพิ่มมาตรา 89/1130 X 1.5% ต่อเดือน 
เบี้ยปรับมาตรา 89(2)200 X 2 เท่า 
 มาตรา 89(4) ภาษีขายขาด600 X 1 เท่า 
 มาตรา 89(4) ภาษีซื้อเกิน1,350 X 1 เท่า 

ให้เปรียบเทียบเบี้ยปรับและเรียกเก็บจำนวนที่ได้เงินมากกว่า คือ มาตรา 89(4) จำนวน 1,950 (600 + 1,350) บาท

2.4  แบบ ภ.พ. 30 ฉบับปกติมีภาษีต้องชำระแต่การคำนวณที่ถูกต้องชำระไว้เกิน         

  แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง  
ภาษีขาย (บาท)1,0001,600600<— ขายขาด
ภาษีซื้อ 7502,0001,250<— ซื้อขาด
ภาษีต้องชำระ250(400)(650)<— คลาดเคลื่อน
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(70)(70)0  
ภาษีต้องชำระสุทธิ180(470)(650)  
เงินเพิ่มมาตรา 89/1ไม่มี 
เบี้ยปรับมาตรา 89(2)ไม่มี 
 มาตรา 89(4) ภาษีขายขาด600 X 1 เท่า 
 มาตรา 89(4) ภาษีซื้อเกินไม่มี 

ให้เปรียบเทียบเบี้ยปรับและเรียกเก็บจำนวนที่ได้เงินมากกว่า คือ มาตรา 89(4) จำนวน 600 บาท

3. กรณียื่นแบบ ภ.พ. 30 ภายในกำหนดเวลา แต่กรอกตัวเลขผิดพลาดและไม่ได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มให้ถูกต้องครบถ้วนพร้อมการยื่นแบบ ภ.พ. 30

แบบ ภ.พ. 30 ความถูกต้อง ผลต่าง
ภาษีขาย (บาท) 2,500 2,500 0
ภาษีซื้อ 2,000 2,000 0
ภาษีต้องชำระ 400 500 100
ภาษีชำระไว้เกินยกมา (20) (20) 0
ภาษีต้องชำระสุทธิ 380 480 100
เงินเพิ่ม มาตรา 89/1 480 X 1.5% ต่อเดือน
เบี้ยปรับ มาตรา 89(3) ไม่มี
มาตรา 89(4) ไม่มี
 

4. กรณียื่นแบบ ภ.พ. 30 ภายในกำหนดเวลาและชำระภาษีไปแล้ว ต่อมามีการยื่นแบบ ภ.พ. 30 เพิ่มเติมภายในกำหนดเวลาโดยชำระภาษีพร้อมการยื่นแบบเพิ่มเติม

แบบ ภ.พ. 30 ความถูกต้อง ผลต่าง
ภาษีขาย (บาท) 1,500 2,400 900 <— ขายขาด
ภาษีซื้อ 1,000 600 (400) <— ซื้อเกิน
ภาษีต้องชำระ 500 1,800 1,300 <— คลาดเคลื่อน
ภาษีชำระไว้เกินยกมา (70) (70) 0
ภาษีต้องชำระสุทธิ 430 1,730 1,300
เงินเพิ่ม มาตรา 89/1 ไม่มี
เบี้ยปรับ มาตรา 89(3) ไม่มี
มาตรา 89(4) ไม่มี

5. กรณียื่นแบบ ภ.พ. 30 ภายในกำหนดเวลาและชำระภาษีไปแล้ว ต่อมามีการยื่นแบบ ภ.พ. 30 เพิ่มเติมภายในกำหนดเวลา โดยไม่ได้ชำระภาษีพร้อมการยื่นแบบเพิ่มเติม

  แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง  
ภาษีขาย (บาท)1,5002,400900<— ขายขาด
ภาษีซื้อ 1,000600(400)<— ซื้อเกิน
ภาษีต้องชำระ5001,8001,300<— คลาดเคลื่อน
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(70)(70)0  
ภาษีต้องชำระสุทธิ4301,7301,300  
เงินเพิ่มมาตรา 89/11,300 X 1.5% ต่อเดือน 
เบี้ยปรับมาตรา 89(3)ไม่มี 
 มาตรา 89(4)ไม่มี 

6. กรณียื่นแบบ ภ.พ. 30 ภายในกำหนดเวลา และต่อมาทีการยื่นแบบ ภ.พ. 30 เพิ่มเติม เมื่อพ้นกำหนดเวลา หรือเจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบพบความผิด

6.1  แบบ ภ.พ. 30 ฉบับปกติมีภาษีต้องชำระและการคำนวณที่ถูกต้องมีภาษีต้องชำระ

  แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง  
ภาษีขาย (บาท)1,5001,200(300)<— ขายเกิน 
ภาษีซื้อ 1,000600(400)<— ซื้อเกิน 
ภาษีที่ต้องชำระ500600100<— คลาดเคลื่อน 
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(70)(70)0  
ภาษีต้องชำระสุทธิ430530100  
เงินเพิ่มมาตรา 89/1100 X 1.5% ต่อเดือน 
เบี้ยปรับมาตรา 89(3)100 X 1 เท่า 
 มาตรา 89(4) ภาษีขายเกินไม่มี 
 มาตรา 89(4) ภาษีซื้อเกิน400 X 1 เท่า 

ให้เปรียบเทียบเบี้ยปรับและเรียกเก็บจำนวนที่ได้เงินมากกว่า คือ มาตรา 89(4) จำนวน 400 บาท

6.2  แบบ ภ.พ. 30 ฉบับปกติมีภาษีชำระไว้เกิน และการคำนวณที่ถูกต้องมีภาษีชำระไว้เกิน

  แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง  
ภาษีขาย (บาท)1,5001,5000<— ขายถูกต้อง 
ภาษีซื้อ 1,000600(400)<— ซื้อเกิน 
ภาษีต้องชำระ500900400<— คลาดเคลื่อน 
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(950)(950)0  
ภาษีต้องชำระไว้เกินสุทธิ(450)(50)(400)  
เงินเพิ่มมาตรา 89/1ไม่มี 
เบี้ยปรับมาตรา 89(3)400 X 1 เท่า 
 มาตรา 89(4) ภาษีขายถูกต้องไม่มี 
 มาตรา 89(4) ภาษีซื้อเกิน400 X 1 เท่า 

ให้เปรียบเทียบเบี้ยปรับและเรียกเก็บจำนวนที่ได้เงินมากกว่า คือ มาตรา 89(3) หรือมาตรา 89(4) จำนวน 400 บาท

6.3  แบบ ภ.พ. 30 ฉบับปกติมีภาษีชำระไว้เกิน แต่การคำนวณที่ถูกต้องมีภาษีต้องชำระ

  แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง  
ภาษีขาย (บาท)1,5003,5002,000<— ขายขาด 
ภาษีซื้อ 1,000800(200)<— ซื้อเกิน 
ภาษีต้องชำระ5002,7002,200<— คลาดเคลื่อน 
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(950)(950)0  
ภาษีชำระไว้เกินสุทธิ(450)1,7502,200  
เงินเพิ่มมาตรา 89/11,750 X 1.5% ต่อเดือน 
เบี้ยปรับมาตรา 89(3)2,200 X 1 เท่า 
 มาตรา 89(4) ภาษีขายขาด2,000 X 1 เท่า 
 มาตรา 89(4) ภาษีซื้อเกิน200 X 1 เท่า 

ให้เปรียบเทียบเบี้ยปรับและเรียกเก็บจำนวนที่ได้เงินมากกว่า คือมาตรา 89(3) หรือมาตรา 89(4) จำนวน 2,200 บาท

6.4  แบบ ภ.พ. 30 ฉบับปกติมีภาษีต้องชำระแต่การคำนวณที่ถูกต้องชำระไว้เกิน

แบบ ภ.พ. 30 ความถูกต้อง ผลต่าง
ภาษีขาย (บาท) 1,500 2,400 900 <— ขายขาด
ภาษีซื้อ 1,000 2,600 (1,600) <— ซื้อขาด
ภาษีต้องชำระ 500 (200) (700) <— คลาดเคลื่อน
ภาษีชำระไว้เกินยกมา (70) (70) 0
ภาษีต้องชำระสุทธิ 430 (270) (700)
เงินเพิ่ม มาตรา 89/1 ไม่มี
เบี้ยปรับ มาตรา 89(3) ไม่มี
มาตรา 89(4) ภาษีขายขาด 900 X 1 เท่า
มาตรา 89(4) ภาษีซื้อเกิน ไม่มี

ให้เปรียบเทียบเบี้ยปรับและเรียกเก็บจำนวนที่ได้เงินมากกว่า คือ มาตรา 89(4) จำนวน 900 บาท

7. กรณียื่นแบบ ภ.พ. 30 โดยนำภาษีไว้เกินของเดือนที่ผ่านมา มาใช้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเกินกว่าจำนวนภาษีชำระไว้เกินที่มีอยู่จริง

7.1  กรณีแบบ ภ.พ. 30 ถูกต้อง

  แบบ ภ.พ. 30แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง 
  ม.ค. 42 ก.พ. 42ก.พ.-42ก.พ.-42 
ภาษีขาย (บาท)1,5003,5003,5000 
ภาษีซื้อ 1,0001,2001,2000 
ภาษีที่ต้องชำระ5002,3002,3000 
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(750)*(350) *(250)(100) 
ภาษีชำระไว้เกินสุทธิ*(250)1,9502,050 100 
เงินเพิ่มมาตรา 89/1100 X 1.5% ต่อเดือน
เบี้ยปรับมาตรา 89(3)ไม่มี
 มาตรา 89(4)ไม่มี

7.2  กรณีแบบ ภ.พ. 30 แสดงภาษีขายขาด และภาษีซื้อเกินเป็นผลให้มีภาษีซื้อเกินเป็นผลให้ทีภาษีต้องชำระเพิ่มเติม

  แบบ ภ.พ. 30แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง 
  ม.ค. 42ก.พ. 42 ก.พ.-42ก.พ.-42 
ภาษีขาย (บาท)1,5003,5003,800300 
ภาษีซื้อ 1,0001,2001,000 (200) 
ภาษีที่ต้องชำระ5002,3002,800500 
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(750)*(350) *(250)(100) 
ภาษีชำระไว้เกินสุทธิ*(250)1,9502,550 600 
เงินเพิ่มมาตรา 89/1600 X 1.5% ต่อเดือน
เบี้ยปรับมาตรา 89(3)500 X 1 เท่า
 มาตรา 89(4) ภาษีขาดขาด300 X 1 เท่า
 มาตรา 89(4) ภาษีซื้อเกิน200 X 1 เท่า

ให้เปรียบเทียบเบี้ยปรับและเรียกเก็บจำนวนที่ได้เงินมากกว่า คือ มาตรา 89(3) หรือ มาตรา 89(4) คือ จำนวน 500 บาท

7.3  กรณีแบบ ภ.พ. 30 แสดงภาษีขายขาด และภาษีซื้อเกิน แต่ยังคงมีภาษีชำระเกิน

  แบบ ภ.พ. 30แบบ ภ.พ. 30ความถูกต้องผลต่าง 
  ม.ค. 42ก.พ. 42ก.พ.-42ก.พ.-42 
ภาษีขาย (บาท)1,5003,5003,55050 
ภาษีซื้อ 1,0003,4203,400(20) 
ภาษีที่ต้องชำระ5008015070 
ภาษีชำระไว้เกินยกมา(750)*(350) *(250)(100) 
ภาษีชำระไว้เกินสุทธิ*(250)(270)(100)170 
เงินเพิ่มมาตรา 89/1ไม่มี
เบี้ยปรับมาตรา 89(3)70 X 1 เท่า
 มาตรา 89(4) ภาษีขาดขาด50 X 1 เท่า
 มาตรา 89(4) ภาษีซื้อเกิน20 X 1 เท่า

ให้เปรียบเทียบเบี้ยปรับและเรียกเก็บจำนวนที่ได้เงินมากกว่า คือ มาตรา 89(3) หรือ มาตรา 89(4) คือ จำนวน 70 บาท